ใบงานที่ 4 เรื่องพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา 
จัดทาโดย 
นางสาว ปิยะธิดา ปรากฎวงศ์ เลขที่ 1 ม.6/5 
นางสาว ณัฏฐกานต์ คานวล เลขที่ 10 ม.6/5 
นางสาว ปาณิตา อังคะนาวิน เลขที่ 17 ม.6/5
โครงงาน การพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษาผ่านเครือข่าย อินเทอร์เน็ต เรื่อง โรคความอ้วน
โครงงานการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง โรคความอ้วน 
ผู้ทำโครงงำน 
1. นำยเพียงกวี บรรพโคตร ม.3/3 เลขที่ 1 
2. นำยทรงทรัพย์ วิรุฬหำ ม.3/3 เลขที่ 8 
3. นำงสำวปำรณีย์ รัตนพินิจ ม.3/3 เลขที่ 24 
4. เด็กหญิงภัทรำ ขุนสูงเนิน ม.3/3 เลขที่ 31 
5. เด็กหญิงปิยธิดำ ขันทองคำ ม.3/3 เลขที่ 53 
นำงอนงค์รัตน์ วิริยสถิตย์กุล 
อำจำรย์ที่ปรึกษำ 
โครงงำนนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชำโครงงำนคอมพิวเตอร์ ง.23102 
ประจำปีกำรศึกษำที่ 2/2556 
โรงเรียนแก่นนครวิทยำลัย จ.ขอนแก่น 
สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำมัธยมศึกษำ เขต 25
บทคัดย่อ 
''โรคความอ้วน''นี้เป็นโครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Education Media Development)ลักษณะเด่นของโครงงานประเภทนี้ คือ เป็น โครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา ซึ่งผู้จัดทาจะใช้ เว็บไซต์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษาเรื่อง “โรคความอ้วน” เป็น เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลากหลาย โดยสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร การ ประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ในหลาย ด้านไม่ว่า อาหาร การเมือง เทคโนโลยี หรือข่าวปัจจุบัน
กิตติกรรมประกาศ 
โครงงานนี้สาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยความช่วยเหลืออย่างดียิ่งของ อาจารย์ อนงค์รัตน์ วิริยสถิตย์กุล อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ที่ได้ให้ คาแนะนา และข้อคิดเห็นต่างๆมาโดยตลอด และ ขอขอบคุณ และ ขอบใจ ครอบครัวและเพื่อนๆของผู้จัดทาโครงงาน ที่คอยให้กาลังใจ และถามไถ่ความเป็นไปของโครงงานอยู่เสมอ ทาให้ผู้จัดทาโครงงานมี กาลังใจที่จะพัฒนาโครงการจนสาเร็จได้ ผู้จัดทาโครงงานขอขอบพระคุณ มา ณ ที่นี้
สารบัญ 
บทที่1 บทนำ หน้ำ 1 
บทที่2 เอกสำรและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 
2.1 โรคควำมอ้วน หน้ำ 3-13 
2.2 สร้ำงเว็บบล็อก(Blogger) หน้ำ 14-16 
บทที่3 วิธีดำเนินกำร หน้ำ 17 
บทที่4 ผลกำรดำเนินกำร หน้ำ 18 
บทที่5 สรุปผลและข้อเสนอแนะ หน้ำ 19 บรรณำนุกรม หน้ำ 21 
ภำคผนวก หน้ำ 22
บทที่ 1 บทนา 
1.แนวคิดที่มาของโครงงาน 
เทคโนโลยีทางการสื่อสาร เทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบัน เริ่มมีบทบาทในการ ดาเนินชีวิตของมนุษย์ และมีส่วนช่วยสนับสนุนสื่อทางด้านการศึกษาอีกด้วยโดยสื่อสมัยใหม่ นิยมเป็น สื่อการเรียนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เพราะ สะดวกรวดเร็วและเข้าถึงได้ง่าย 
โรคอ้วนจัดเป็นปัญหาหลักทางสาธารณสุขที่พบมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทยพบว่าคนที่ อยู่ในเมืองที่มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์มีปัญหาเกี่ยวกับโรคอ้วน อีกทั้งยังมีปัญหาการเจ็บป่วย ต่าง ๆ มากมายสืบเนื่องมาจากโรคอ้วน มีคนจานวนมากที่เข้าใจผิดว่าการมีไขมันส่วนเกินเพียง เล็กน้อยที่หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา ก็ถือว่า "อ้วน" ซึ่งถือว่าเป็นความเข้าใจผิดอย่างยิ่ง เนื่องจากคาว่า "อ้วน" ในความหมายของคนทั่วไป กับความหมายทางวิชาการมีความแตกต่าง กัน เราควรที่จะมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาหรือมีความคิดวิตกกังวลว่า ตนเอง "อ้วน" 
ดังนั้นกลุ่มของข้าพเจ้าจึงคิดทาโครงงานเกี่ยวกับการพัฒนาสื่อทางการศึกษาเรื่อง ''โรค ความอ้วน''โดยได้รวบรวมข้อมูล เนื้อหาความรู้เกี่ยวกับโรคความอ้วนและจัดทาเป็นเว็บ บล็อก เพื่อเป็นประโยชน์กับบุคคลที่สนใจและรักสุขภาพของตนเอง
2.วัตถุประสงค์ 
2.1 เพื่อศึกษาและพัฒนาเว็บบล็อก เรื่อง โรคความอ้วน 
2.2 เพื่อเป็นสื่อทางการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 
2.3 เพื่อเป็นประโยชน์กับบุคคลที่สนใจทั่วไป 
3.ขอบเขตของโครงงาน 
3.1 ศึกษาสาเหตุการเกิดโรคความอ้วน 
3.2 ศึกษาพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อโรคความอ้วน 
3.3 เพื่อศึกษาโรคที่มาพร้อมกับโรคความอ้วน 
3.4 ศึกษาวิธีการป้องกัน และรักษาการเกิดโรคความอ้วน
4.วิธีการดาเนินงาน 
4.1 กาหนดปัญหา เพื่อที่จะศึกษาโรคความอ้วน 
4.2 ขอคาแนะนาจากครูที่ปรึกษาโครงงาน 
4.3 ประชุมกลุ่มแบ่งหน้าที่การหาข้อมูล 
4.4 ประชุมการวางแผนเบื้องต้น 
4.5 ลงมือปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้ 
4.6 รวบรวมข้อมูล 
4.7 ประเมินผลการศึกษา
5. ระยะเวลาในการดาเนินงาน 
การดาเนินงานครั้งนี้ใช้ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 ถึง 25 ธันวาคม พ.ศ. 2556 
6. ประโยชน์ที่ได้รับ 
1.ได้ทราบสาเหตุที่ทาให้เกิดโรคความอ้วน 
2. ได้ทราบวิธีการป้องกันการเกิดโรคความอ้วน เพื่อนาไปสู่การปฏิบัติตน ที่ถูกต้องต่อไป 
3. ได้สื่อทางการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับโรคความอ้วน
บทที่ 2 เอกสารและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 
การพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง โรคความอ้วน คณะผู้จัดทาได้ศึกษา ค้นคว้าเสนอเอกสารที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ 
โรคความอ้วน 
1. ความหมายของโรคความอ้วน 
โรคความอ้วน หมายถึงสภาวะร่างกายที่มีไขมันสะสมไว้ตามอวัยวะต่างๆ มาก จนเกินไป 
2. สาเหตุของโรคอ้วน 
2.1 พันธุกรรม ถ้าพ่อแม่เป็นโรคอ้วน ลูกที่เกิดมาก็มีโอกาสเป็นโรคอ้วนสูง 
2.2 รับประทานอาหารมากเกินไป แล้วไม่มีเวลาออกกาลังกาย กล่าวคือ พลังงานที่ ได้รับจากการรับประทานมากกว่าพลังงานที่ใช้ไปในการออกกาลังกาย เช่น ชอบรับประทาน อาหารที่มีไขมันและแคลอรี่สูง เช่น หนังไก่ทอด มันหมู หมูสามชั้น ขาหมู ครีม เค้ก ฯลฯ แล้วไม่ยอมหาเวลาว่างออกกาลังกายเพื่อให้มีการใช้พลังงานที่ได้รับเข้ามา
2.3 พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจาวันที่ไม่เหมาะสมทาให้มีการใช้พลังงานต่า และทาให้เสียโอกาสในการทากิจกรรม หรือออกกาลังกายที่มีประโยชน์ต่อ สุขภาพ เช่น การจราจรติดขัดในกรุงเทพ ทาให้คนส่วนใหญ่ต้องนั่งเฉยบน รถยนต์หลายชั่วโมงต่อวัน ลักษณะงานที่ต้องนั่งทางาตลอดเวลา 
พฤติกรรมชอบรับประทานอาหารจุกจิก เป็นต้น 
2.4 โรคบางชนิด เช่น Cushings Syndrome ซึ่งจะทาให้ร่างกายของผู้ที่ ป่วยเป็นโรคนี้อ้วน โดยสาเหตุของโรคนี้เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนใน ร่างกาย จนทาให้อ้วนบริเวณใบหน้า ลาตัว ต้นคอด้านหลัง แต่แขนขาจะเล็ก และไม่มีแรง ในกรณีนี้จะต้องรักษาที่ ต้นเหตุคือ ฮอร์โมนที่มีความผิดปกติจึงจะสามารถหายอ้วนได้
3. พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อโรคความอ้วน 
3.1. ไม่มีเวลากินข้าวเช้า 
3.2. ชอบกินอาหารบุฟเฟ่ต์ 
3.3. กินข้าวไม่เป็นเวลา 
3.4. ชอบกินจุบกินจิบ 
3.5. กินเหล้าเมายาเป็นกิจวัตร 
3.6. กินข้าวเส็จเร็ว จนเคี้ยวไม่ละเอียด 
3.7. ชอบกินอาหารสาเร็จรูป 
3.8. ชอบกินอาหารรสจัด 
3.9. เวลาเครียด สิ่งแรกที่นึกถึงคือของกิน 
3.10. ชอบเสียดายของเหลือๆ
3.11. ชอบนอนดึกตื่นสาย 
3.12. กินข้าวเยอะ แต่กินผักน้อย 
3.13. กินมื้อเย็นดึกๆ 
3.14. กินมื้อเช้าน้อย 
3.15. ชอบกินขนมหวานหลังอาหาร 
3.16. มีขนมเก็บในตู้เย็นมาก 
3.17. มักจะใช้เครื่องทุ่นแรง 
3.18. ขี้เกียจขยับตัวทาอะไร 
3.19. ชอบกินเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ติดมัน 
3.20. ชอบครีม น้าตาล และของหวาน 
3.21. ดื่มเหล้าก่อนนอน
4. โรคที่มาพร้อมกับความอ้วน
4.1 ไขมันในเลือดสูง ซึ่งนาไปสู่ความผิดปกติของระบบอื่นๆ โดยเฉพาะ 
เมื่อเจ้าเม็ดไขมันไปเกาะตามผนังหลอดเลือด ยิ่งหนามากขึ้นๆ 
ถนนของเจ้าเลือดก็เดินไม่สะดวกตามไป ก็เลือดต้องไปหล่อเลี้ยงเซลล์ทุกส่วน 
ของร่างกาย และเราก็ขาดเลือดไม่ได้ แน่นอนจะมีปัญหาต่อสุขภาพตามมาอีก 
มาก ทั้งโรคหัวใจวาย ความดันโลหิตสูง เหนื่อยหอบ มึนงงบ่อยๆ เป็นลม 
เมื่อเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายไม่ดี เซลล์ก็เสื่อมโทรมลง อนุมูลอิสระ 
ก็เกิดเร็วขึ้น ทีนี้แหละ แก่เร็วอย่างเห็นได้ชัด
4.2 ความดันโลหิตสูง เมื่อไขมันเคลือบผนังหลอดเลือด บางจุดอาจตีบมาก 
หัวใจมีหน้าที่เหมือนปั๊มน้า ก็ต้องขับดันเลือดวิ่งไปให้ทั่วร่างกายทุกซอกทุกมุม 
เมื่อบางจุดโดนบีบให้แคบ แต่ร่างกายต้องการเลือด มันอาจออกแรงผลักดัน 
เลือด อาจทาให้เส้นเลือดในสมองแตก ถึงแก่ชีวิต หรือพิการเป็นอัมพฤกษ์ 
อัมพาตได้
4.3 โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของประเทศ 
อุตสาหกรรม รวมทั้งประเทศไทยด้วย เนื่องจากไขมันไปเกาะตามผนังหลอด 
เลือด ทาให้เกิดภาวะหลอดเลือดตีบหรืออุดตัน หัวใจทางานเพิ่มมากขึ้น ถ้าเป็น 
กับเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงหัวใจก็ทาให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด และหัวใจวาย
4.4 โรคเบาหวาน พบว่าคนไทยเป็นเบาหวานกันประมาณ 3 ล้านคน ลองคิดดูว่าไม่ 
น้อยวันหน้าถ้ายังใช้ชีวิตเผอเรอ มีหวังได้เป็นเบาหวานด้วยอีกคน โรคนี้เป็นเพื่อนคู่ซี้กับโรค 
อ้วน ที่มักพบควบคู่กันเสมอ เบาหวานนั้นเพราะระบบควบคุมระดับน้าตาลในร่างกาย 
ผิดปกติ เมื่อเป็นเบาหวานแล้ว ถ้าเกิดเป็นแผลก็มักรักษาไม่หาย กลายเป็นแผลเรื้อรัง บางที 
ก็เป็นแผลกดทับ ประกอบกับเสี่ยงต่อการติดเชื้อราง่ายขึ้น เพราะมีการอับชื้นของซอกแขน 
และซอกขามากกว่าปกติ
4.5 โรคข้อกระดูกเสื่อม โดยเฉพาะข้อเข่าและข้อเท้า เนื่องจากต้องรับน้าหนัก 
ตัวมากเกินพิกัด บางคนที่อ้วนมากๆ อาจจะยืนหรือเดินไม่ได้เลย เพราะข้อเท้าไม่ 
สามารถรับน้าหนักได้ คนอ้วนมากๆ จะเดินก็ลาบาก โยกเยกซ้ายขวา เดินไป 
เหนื่อยหอบไป
4.6 โรคระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากในคนอ้วนมักมีการเคลื่อนไหวน้อย 
ชอบนั่งหรือนอน ปอดจึงขยายตัวไม่เต็มที่ ทาให้เกิดการติดเชื้อของทางเดินหายใจ 
ได้มากขึ้น บางครั้งถึงกับมีภาวการณ์หายใจลดลง หายใจติดขัด ทาให้มีก๊าซ 
คาร์บอนไดออกไซด์คั่งในปอด คนอ้วนมากเหนื่อยง่าย ง่วงนอนตลอดเวลา อาจ 
พบภาวะของโรคอารมณ์เศร้าหมองร่วมไปด้วยก็กิน ซึ่งอาจจะช่วยให้อารมณ์ช่วงนั้น 
ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการทาร้ายตัวเองมากยิ่งขึ้น
4.7 โรคมะเร็งบางชนิด คนอ้วนมีอัตราการเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ รวมทั้ง โรคมะเร็งได้
4.8 โรคนิ่วในถุงน้าดี และไขมันแทรกในตับ เมื่อมีไขมันมาก 
การทางานของตับก็ลดลง เพราะไขมันเข้าไปแทรกอยู่ จนทาให้เกิดนิ่วในถุง 
น้าดี
จากการเสี่ยงต่อสุขภาพของโรคอ้วนที่กล่าวถึงข้างต้นอันมีมากมายหลายประการ 
จึงมีการศึกษาถึงอันตรายของโรคอ้วนถึงขนาดว่าคนอ้วนมีอัตราการเสียชีวิต 
แตกต่างจากคนรูปร่างปกติหรือไม่ ซึ่งจากการศึกษาก็พบว่าอัตราการเสียชีวิตของ 
คนที่อ้วนมากมีสูงขึ้นถึง 2-12 เท่า ขึ้นกับอายุของแต่ละบุคคลแต่ถ้ากลุ่มประชากรที่ 
อ้วนหรือน้าหนักเกินสามารถลด น้าหนักได้เพียง 5-10 % ของน้าหนักตัวเริ่มต้นก็จะ 
สามารถลดอัตราการพิการ และอัตราการตาย (morbidity and mortality 
rate) ได้ระดับหนึ่งทุกสิ่งทุกอย่างย่อมต้องมีความพอดี การมากหรือน้อยเกินไป 
อาจเกิดผลเสียได้มากกว่าผลดี "น้าหนัก“ ก็เช่นกัน ถ้ามากเกินไป "อ้วน" ก็เสี่ยงต่อ 
การเกิดโรคต่าง ๆ มากมาย แต่ถ้าสามารถลดความมากเกินไปลงมาให้ใกล้พอดีได้ก็ 
จะเกิดการลดอัตราการเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ แล้วคนที่มี "น้าหนักเกิน" หรือ "อ้วน“ 
สามารถรู้สาเหตุว่าเพราะอะไรจึงเกิดความมากเกินไปนี้ได้ โดยทั่วไปสาเหตุของ 
"อ้วน" มีหลายสาเหตุบางคนอาจเกิดจากสาเหตุเดียวหรือหลายสาเหตุประกอบกันก็ 
ได้
5. วิธีการป้องกัน และรักษาการเกิดโรคความอ้วนเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเป็น โรคอ้วนเราควรปฏิบัติดังนี้ 
5.1 กินผัก ผลไม้เยอะๆ เพราะนอกจากจะช่วยควบคุมน้าหนักแล้ว ผักผลไม้ 
ยังอุดมไปด้วยวิตามินที่มีประโยชน์ต่อความสวยของคุณ และช่วยลดระดับ 
ไขมันโคเรสเตอรอลอย่างได้ 
ผลอีกด้วย
5.2 ถั่วและธัญพืช พันธมิตรของร่างกาย เช่น ข้าวกล้อง, งา, ถั่วต่างๆ , 
ลูกเดือย ซึ่งจะมีเส้นใยอาหารให้คุณอิ่มเร็วขึ้นแถมยังช่วยปรับระดับน้าตาลใน 
เลือด และรักษาระดับโคเลสเตอรอลอีกด้วย
5.3 กินปลาสิ อันนี้ดีชัวร์ หรือ เนื้อสัตว์ไม่ติดมันเป็นประจาโดยเฉพาะ 
เนื้อปลาซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็น โปรตีนชั้นดี, และมีกรดไขมัน โอ 
เมก้า 3 ที่ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ เช่น ปลาทูน่ากระป๋อง หรือ 
ปลาแซลมอน ปริมาณไขมันที่คุณ ควรรับประทานต่อวัน ไม่ควรเกิน 5- 
8 ช้อนชานะคะ และหากจะรับประทานสลัดก็ไม่ควรใส่น้าสลัด 
มากกว่า 5 ช้อนชา
5.4 ลดของหวานๆ ให้หวานน้อยหน่อย เช่น น้าอัดลม, น้าหวาน 
, ขนมหวาน หรือแม้แต่ผลไม้ที่มีรสหวานมากๆด้วย เพราะของหวานให้แต่ 
พลังงาน ซึ่งหากรับประทานมากก็จะเกินความต้องการไปพอกพูนตามร่างกาย 
ของคุณให้อวบอ้วน
5.5 เค็มจัดไป สงสารคุณไตนะ โดยคุณควรรับประทานเกลือให้น้อย กว่า 6 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 1 ช้อนชาต่อวัน
5.6 งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ โดยไม่ควรดื่มมากกว่า 1 แก้ว 
ต่อวัน เพราะนอกจากจะก่อโทษต่างๆแล้วยังมีแคลอรี่สูงอีกด้วย หากคุณ 
รับประทานอาหารตามแนวทางนี้ จะทาให้คุณรักษารูปร่างให้สมส่วนได้อย่าง 
ยาวนาน ไร้ไขมันพอกพูนและสุขภาพดีไม่ผอม เหี่ยว ซีดเซียว ไร้เรี่ยวแรง 
จนดูโทรมมากกว่าสวยเสียมากกว่า
บทที่3 วิธีการดาเนินโครงงาน 
3.1 โปรแกรมที่ใช้ในการทาโครงงานบทที่3 
3.1.1 โปรแกรม Power Point 
3.1.2 โปรแกรม Microsoft Word 2007 
3.1.3 เว็บไซต์ที่ให้บริการคือ http://www.blogger.com/ 
3.1.4 เว็บไซต์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร คือ www.facebook.com , www.gmail.com , www.google.com
3.2 วิธีการดาเนินโครงงาน
บทที่ 4 ผลการดาเนินงาน 
4.1) ผลการดาเนินงาน 
คณะผู้จัดทาสามารถดาเนินการได้สาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีโดยการวางแผน 
วิธีดาเนินการอย่างเป็นขั้นตอน และมีการนาเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ 
และอินเตอร์เน็ตมาใช้ในการทาโครงงาน เช่น 
1.การรวบรวมข้อมูล “โรคความอ้วน” จากทางอินเตอร์เน็ต 
2.การศึกษาวิธีการสร้างเว็บบล็อกเพื่อใช้เป็นสื่อในการเผยแพร่ความรู้ เรื่อง “โรคความอ้วน” จากทางอินเตอร์เน็ต
บทที่ 5 สรุป อภิปรายและข้อเสนอแนะ 
การจาทาโครงงานโรคความอ้วน นี้สามารถสรุปผลการดาเนินโครงงาน และข้อเสนอแนะ ดังนี้ 
วัตถุประสงค์ของโครงงาน 
1. เพื่อศึกษาและพัฒนาเว็บบล็อก เรื่อง โรคความอ้วน 
2. เพื่อเป็นสื่อทางการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 
3. เพื่อเป็นประโยชน์กับบุคคลที่สนใจทั่วไป 
วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ โปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนา 
1. โปรแกรม Power Point 
2. โปรแกรม Microsoft Word 2007 
3. เว็บไซต์ที่ให้บริการคือ http://www.blogger.com/ 
4. เว็บไซต์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารคือ www.facebook.com , www.gmail.com , www.google.com
สรุปผลการดาเนินงานโครงงาน 
จากการดาเนินงานโครงงานการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 
เรื่อง โรคความอ้วน ในครั้งนี้สรุปผลการดาเนินงานได้ดังนี้ 
ทาให้ได้เว็บบล็อกเรื่อง โรคความอ้วน เป็นสื่อทางการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 
ซึ่งทาให้เกิดประโยชน์กับบุคคลที่สนใจทั่วไป ส่งเสริมให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง 
ปราศจากโรคความอ้วน 
ข้อเสนอแนะ 
ควรมีการจัดทาเนื้อหาของโครงงานให้หลากหลายให้ครบทุกกลุ่มสาระ การเรียนรู้
ปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการพัฒนา 
1. เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เพียงพอกับการทาโครงงาน และบางครั้ง 
อินเทอร์เน็ตมีปัญหา 
2. สมาชิกในกลุ่มบางคนให้ความร่วมมือน้อยเพราะไม่ค่อยใส่ใจกับ 
โครงงานนักจึงทาให้เสียเวลาและทาให้โครงงานเสร็จช้า
ภาคผนวก
ที่อยู่เว็บบล็อกของผู้จัดทา 
http://style336.blogspot.com/
บรรณนานุกรม 
http://www.gpo.or.th/rdi/html/obes.html 
http://health.kapook.com/view7520.html 
http://webboard.yenta4.com/topic/172252 
http://th.wikipedia.org 
http://www.pe-ck.com/4/Obesity.pdf

More Related Content

PDF
โครงงานการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
PDF
โครงงาน การพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
PDF
โครงงานประเภท การพัฒนาสื่อเพื่อนการศึกษา
PDF
Computer project
PDF
2558 project
PDF
Do you-know-green-tea
PDF
แบบเสนอโครงงาน (ล าส ด)
PDF
ใบงานสำรวจตัวเอง
โครงงานการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
โครงงาน การพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
โครงงานประเภท การพัฒนาสื่อเพื่อนการศึกษา
Computer project
2558 project
Do you-know-green-tea
แบบเสนอโครงงาน (ล าส ด)
ใบงานสำรวจตัวเอง

What's hot (10)

PPTX
กลุ่มธงชาติอาเซียน
PDF
โครงงานคอม[1]
PDF
Healthy food
PDF
ประเทศไทย
PDF
Depression of thai people
PDF
Asdfghj
DOC
โครงงานโปรตีนกับการลดน้ำหนัก
PDF
2562 final-project 16-pimolpa
PPTX
บทที่ 1 บุหรี่
กลุ่มธงชาติอาเซียน
โครงงานคอม[1]
Healthy food
ประเทศไทย
Depression of thai people
Asdfghj
โครงงานโปรตีนกับการลดน้ำหนัก
2562 final-project 16-pimolpa
บทที่ 1 บุหรี่
Ad

Viewers also liked (20)

PDF
Cta ordx cobrar-1
PPS
Senos O Gluteos
PPT
Coordinates
PPS
Background Pictures
DOCX
Edixon matematica 3
PPT
Search Strategy Marketing - Search Optimization for Local Businesses
DOCX
Mi proyecto de vida brhian
PPTX
Trabajemos por un mundo mejor
PDF
Allegato iv al d lgs 27 20144 esenzioni divieti sostanze pericolose nei aee
PDF
Lidings' IP Practice
PDF
PDF
Musicas cifradas pop rock 2
PPTX
κάστρο βόνιτσας
PDF
Green building
PPT
More Practice Questions
PPTX
El cine
DOCX
Proyecto de vida
PPTX
7 rol 2014 b
PPT
Mixed & Improper
Cta ordx cobrar-1
Senos O Gluteos
Coordinates
Background Pictures
Edixon matematica 3
Search Strategy Marketing - Search Optimization for Local Businesses
Mi proyecto de vida brhian
Trabajemos por un mundo mejor
Allegato iv al d lgs 27 20144 esenzioni divieti sostanze pericolose nei aee
Lidings' IP Practice
Musicas cifradas pop rock 2
κάστρο βόνιτσας
Green building
More Practice Questions
El cine
Proyecto de vida
7 rol 2014 b
Mixed & Improper
Ad

Similar to 4 (20)

PDF
ใบงานที่ 4 การพัฒนาสื่อเพื่อนการศึกษา
PDF
ใบงานที่ 4 การพัฒนาสื่อเพื่อนการศึกษา
PDF
โครงงานการพัฒนาสื่อเพื่อนการศึกษา
PDF
2562 final-project computer
PDF
ใบงานที่ 6
PPTX
Final project
PDF
2560 project
PDF
โครงงาน เลขที่-4-8 คู่
PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
PDF
โครงงานคอมคิว
DOC
แบบเสนอร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
PDF
แบบเสนอร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ 08
DOCX
บทที่ 2
PDF
Trick how to lose weight, make the body perfectly beautiful
PDF
PDF
บทนำ โรคอ้วน
PDF
2561 project 22..
PDF
PPTX
โครงงานคอมพิวเตอร์ โรคอ้วน
ใบงานที่ 4 การพัฒนาสื่อเพื่อนการศึกษา
ใบงานที่ 4 การพัฒนาสื่อเพื่อนการศึกษา
โครงงานการพัฒนาสื่อเพื่อนการศึกษา
2562 final-project computer
ใบงานที่ 6
Final project
2560 project
โครงงาน เลขที่-4-8 คู่
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
โครงงานคอมคิว
แบบเสนอร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
แบบเสนอร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ 08
บทที่ 2
Trick how to lose weight, make the body perfectly beautiful
บทนำ โรคอ้วน
2561 project 22..
โครงงานคอมพิวเตอร์ โรคอ้วน

More from sugaeang (15)

PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
วิทย์2 52
PDF
Gat1817
PDF
Social52
PDF
Thai 52
PDF
ขอ้อสอบ ม ช ชุดที่ 2
PDF
ข้อสอบ ม ช ชุดที่ 1
PDF
Math252
PDF
Math2 52
PDF
ฟิสิกส์ 57
PDF
งานคอมเอิง
วิทย์2 52
Gat1817
Social52
Thai 52
ขอ้อสอบ ม ช ชุดที่ 2
ข้อสอบ ม ช ชุดที่ 1
Math252
Math2 52
ฟิสิกส์ 57
งานคอมเอิง

4

  • 1. ใบงานที่ 4 เรื่องพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา จัดทาโดย นางสาว ปิยะธิดา ปรากฎวงศ์ เลขที่ 1 ม.6/5 นางสาว ณัฏฐกานต์ คานวล เลขที่ 10 ม.6/5 นางสาว ปาณิตา อังคะนาวิน เลขที่ 17 ม.6/5
  • 3. โครงงานการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง โรคความอ้วน ผู้ทำโครงงำน 1. นำยเพียงกวี บรรพโคตร ม.3/3 เลขที่ 1 2. นำยทรงทรัพย์ วิรุฬหำ ม.3/3 เลขที่ 8 3. นำงสำวปำรณีย์ รัตนพินิจ ม.3/3 เลขที่ 24 4. เด็กหญิงภัทรำ ขุนสูงเนิน ม.3/3 เลขที่ 31 5. เด็กหญิงปิยธิดำ ขันทองคำ ม.3/3 เลขที่ 53 นำงอนงค์รัตน์ วิริยสถิตย์กุล อำจำรย์ที่ปรึกษำ โครงงำนนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชำโครงงำนคอมพิวเตอร์ ง.23102 ประจำปีกำรศึกษำที่ 2/2556 โรงเรียนแก่นนครวิทยำลัย จ.ขอนแก่น สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำมัธยมศึกษำ เขต 25
  • 4. บทคัดย่อ ''โรคความอ้วน''นี้เป็นโครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Education Media Development)ลักษณะเด่นของโครงงานประเภทนี้ คือ เป็น โครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา ซึ่งผู้จัดทาจะใช้ เว็บไซต์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษาเรื่อง “โรคความอ้วน” เป็น เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลากหลาย โดยสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร การ ประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ในหลาย ด้านไม่ว่า อาหาร การเมือง เทคโนโลยี หรือข่าวปัจจุบัน
  • 5. กิตติกรรมประกาศ โครงงานนี้สาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยความช่วยเหลืออย่างดียิ่งของ อาจารย์ อนงค์รัตน์ วิริยสถิตย์กุล อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ที่ได้ให้ คาแนะนา และข้อคิดเห็นต่างๆมาโดยตลอด และ ขอขอบคุณ และ ขอบใจ ครอบครัวและเพื่อนๆของผู้จัดทาโครงงาน ที่คอยให้กาลังใจ และถามไถ่ความเป็นไปของโครงงานอยู่เสมอ ทาให้ผู้จัดทาโครงงานมี กาลังใจที่จะพัฒนาโครงการจนสาเร็จได้ ผู้จัดทาโครงงานขอขอบพระคุณ มา ณ ที่นี้
  • 6. สารบัญ บทที่1 บทนำ หน้ำ 1 บทที่2 เอกสำรและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 2.1 โรคควำมอ้วน หน้ำ 3-13 2.2 สร้ำงเว็บบล็อก(Blogger) หน้ำ 14-16 บทที่3 วิธีดำเนินกำร หน้ำ 17 บทที่4 ผลกำรดำเนินกำร หน้ำ 18 บทที่5 สรุปผลและข้อเสนอแนะ หน้ำ 19 บรรณำนุกรม หน้ำ 21 ภำคผนวก หน้ำ 22
  • 7. บทที่ 1 บทนา 1.แนวคิดที่มาของโครงงาน เทคโนโลยีทางการสื่อสาร เทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบัน เริ่มมีบทบาทในการ ดาเนินชีวิตของมนุษย์ และมีส่วนช่วยสนับสนุนสื่อทางด้านการศึกษาอีกด้วยโดยสื่อสมัยใหม่ นิยมเป็น สื่อการเรียนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เพราะ สะดวกรวดเร็วและเข้าถึงได้ง่าย โรคอ้วนจัดเป็นปัญหาหลักทางสาธารณสุขที่พบมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทยพบว่าคนที่ อยู่ในเมืองที่มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์มีปัญหาเกี่ยวกับโรคอ้วน อีกทั้งยังมีปัญหาการเจ็บป่วย ต่าง ๆ มากมายสืบเนื่องมาจากโรคอ้วน มีคนจานวนมากที่เข้าใจผิดว่าการมีไขมันส่วนเกินเพียง เล็กน้อยที่หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา ก็ถือว่า "อ้วน" ซึ่งถือว่าเป็นความเข้าใจผิดอย่างยิ่ง เนื่องจากคาว่า "อ้วน" ในความหมายของคนทั่วไป กับความหมายทางวิชาการมีความแตกต่าง กัน เราควรที่จะมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาหรือมีความคิดวิตกกังวลว่า ตนเอง "อ้วน" ดังนั้นกลุ่มของข้าพเจ้าจึงคิดทาโครงงานเกี่ยวกับการพัฒนาสื่อทางการศึกษาเรื่อง ''โรค ความอ้วน''โดยได้รวบรวมข้อมูล เนื้อหาความรู้เกี่ยวกับโรคความอ้วนและจัดทาเป็นเว็บ บล็อก เพื่อเป็นประโยชน์กับบุคคลที่สนใจและรักสุขภาพของตนเอง
  • 8. 2.วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อศึกษาและพัฒนาเว็บบล็อก เรื่อง โรคความอ้วน 2.2 เพื่อเป็นสื่อทางการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 2.3 เพื่อเป็นประโยชน์กับบุคคลที่สนใจทั่วไป 3.ขอบเขตของโครงงาน 3.1 ศึกษาสาเหตุการเกิดโรคความอ้วน 3.2 ศึกษาพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อโรคความอ้วน 3.3 เพื่อศึกษาโรคที่มาพร้อมกับโรคความอ้วน 3.4 ศึกษาวิธีการป้องกัน และรักษาการเกิดโรคความอ้วน
  • 9. 4.วิธีการดาเนินงาน 4.1 กาหนดปัญหา เพื่อที่จะศึกษาโรคความอ้วน 4.2 ขอคาแนะนาจากครูที่ปรึกษาโครงงาน 4.3 ประชุมกลุ่มแบ่งหน้าที่การหาข้อมูล 4.4 ประชุมการวางแผนเบื้องต้น 4.5 ลงมือปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้ 4.6 รวบรวมข้อมูล 4.7 ประเมินผลการศึกษา
  • 10. 5. ระยะเวลาในการดาเนินงาน การดาเนินงานครั้งนี้ใช้ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 ถึง 25 ธันวาคม พ.ศ. 2556 6. ประโยชน์ที่ได้รับ 1.ได้ทราบสาเหตุที่ทาให้เกิดโรคความอ้วน 2. ได้ทราบวิธีการป้องกันการเกิดโรคความอ้วน เพื่อนาไปสู่การปฏิบัติตน ที่ถูกต้องต่อไป 3. ได้สื่อทางการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับโรคความอ้วน
  • 11. บทที่ 2 เอกสารและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง โรคความอ้วน คณะผู้จัดทาได้ศึกษา ค้นคว้าเสนอเอกสารที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ โรคความอ้วน 1. ความหมายของโรคความอ้วน โรคความอ้วน หมายถึงสภาวะร่างกายที่มีไขมันสะสมไว้ตามอวัยวะต่างๆ มาก จนเกินไป 2. สาเหตุของโรคอ้วน 2.1 พันธุกรรม ถ้าพ่อแม่เป็นโรคอ้วน ลูกที่เกิดมาก็มีโอกาสเป็นโรคอ้วนสูง 2.2 รับประทานอาหารมากเกินไป แล้วไม่มีเวลาออกกาลังกาย กล่าวคือ พลังงานที่ ได้รับจากการรับประทานมากกว่าพลังงานที่ใช้ไปในการออกกาลังกาย เช่น ชอบรับประทาน อาหารที่มีไขมันและแคลอรี่สูง เช่น หนังไก่ทอด มันหมู หมูสามชั้น ขาหมู ครีม เค้ก ฯลฯ แล้วไม่ยอมหาเวลาว่างออกกาลังกายเพื่อให้มีการใช้พลังงานที่ได้รับเข้ามา
  • 12. 2.3 พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจาวันที่ไม่เหมาะสมทาให้มีการใช้พลังงานต่า และทาให้เสียโอกาสในการทากิจกรรม หรือออกกาลังกายที่มีประโยชน์ต่อ สุขภาพ เช่น การจราจรติดขัดในกรุงเทพ ทาให้คนส่วนใหญ่ต้องนั่งเฉยบน รถยนต์หลายชั่วโมงต่อวัน ลักษณะงานที่ต้องนั่งทางาตลอดเวลา พฤติกรรมชอบรับประทานอาหารจุกจิก เป็นต้น 2.4 โรคบางชนิด เช่น Cushings Syndrome ซึ่งจะทาให้ร่างกายของผู้ที่ ป่วยเป็นโรคนี้อ้วน โดยสาเหตุของโรคนี้เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนใน ร่างกาย จนทาให้อ้วนบริเวณใบหน้า ลาตัว ต้นคอด้านหลัง แต่แขนขาจะเล็ก และไม่มีแรง ในกรณีนี้จะต้องรักษาที่ ต้นเหตุคือ ฮอร์โมนที่มีความผิดปกติจึงจะสามารถหายอ้วนได้
  • 13. 3. พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อโรคความอ้วน 3.1. ไม่มีเวลากินข้าวเช้า 3.2. ชอบกินอาหารบุฟเฟ่ต์ 3.3. กินข้าวไม่เป็นเวลา 3.4. ชอบกินจุบกินจิบ 3.5. กินเหล้าเมายาเป็นกิจวัตร 3.6. กินข้าวเส็จเร็ว จนเคี้ยวไม่ละเอียด 3.7. ชอบกินอาหารสาเร็จรูป 3.8. ชอบกินอาหารรสจัด 3.9. เวลาเครียด สิ่งแรกที่นึกถึงคือของกิน 3.10. ชอบเสียดายของเหลือๆ
  • 14. 3.11. ชอบนอนดึกตื่นสาย 3.12. กินข้าวเยอะ แต่กินผักน้อย 3.13. กินมื้อเย็นดึกๆ 3.14. กินมื้อเช้าน้อย 3.15. ชอบกินขนมหวานหลังอาหาร 3.16. มีขนมเก็บในตู้เย็นมาก 3.17. มักจะใช้เครื่องทุ่นแรง 3.18. ขี้เกียจขยับตัวทาอะไร 3.19. ชอบกินเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ติดมัน 3.20. ชอบครีม น้าตาล และของหวาน 3.21. ดื่มเหล้าก่อนนอน
  • 16. 4.1 ไขมันในเลือดสูง ซึ่งนาไปสู่ความผิดปกติของระบบอื่นๆ โดยเฉพาะ เมื่อเจ้าเม็ดไขมันไปเกาะตามผนังหลอดเลือด ยิ่งหนามากขึ้นๆ ถนนของเจ้าเลือดก็เดินไม่สะดวกตามไป ก็เลือดต้องไปหล่อเลี้ยงเซลล์ทุกส่วน ของร่างกาย และเราก็ขาดเลือดไม่ได้ แน่นอนจะมีปัญหาต่อสุขภาพตามมาอีก มาก ทั้งโรคหัวใจวาย ความดันโลหิตสูง เหนื่อยหอบ มึนงงบ่อยๆ เป็นลม เมื่อเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายไม่ดี เซลล์ก็เสื่อมโทรมลง อนุมูลอิสระ ก็เกิดเร็วขึ้น ทีนี้แหละ แก่เร็วอย่างเห็นได้ชัด
  • 17. 4.2 ความดันโลหิตสูง เมื่อไขมันเคลือบผนังหลอดเลือด บางจุดอาจตีบมาก หัวใจมีหน้าที่เหมือนปั๊มน้า ก็ต้องขับดันเลือดวิ่งไปให้ทั่วร่างกายทุกซอกทุกมุม เมื่อบางจุดโดนบีบให้แคบ แต่ร่างกายต้องการเลือด มันอาจออกแรงผลักดัน เลือด อาจทาให้เส้นเลือดในสมองแตก ถึงแก่ชีวิต หรือพิการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้
  • 18. 4.3 โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของประเทศ อุตสาหกรรม รวมทั้งประเทศไทยด้วย เนื่องจากไขมันไปเกาะตามผนังหลอด เลือด ทาให้เกิดภาวะหลอดเลือดตีบหรืออุดตัน หัวใจทางานเพิ่มมากขึ้น ถ้าเป็น กับเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงหัวใจก็ทาให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด และหัวใจวาย
  • 19. 4.4 โรคเบาหวาน พบว่าคนไทยเป็นเบาหวานกันประมาณ 3 ล้านคน ลองคิดดูว่าไม่ น้อยวันหน้าถ้ายังใช้ชีวิตเผอเรอ มีหวังได้เป็นเบาหวานด้วยอีกคน โรคนี้เป็นเพื่อนคู่ซี้กับโรค อ้วน ที่มักพบควบคู่กันเสมอ เบาหวานนั้นเพราะระบบควบคุมระดับน้าตาลในร่างกาย ผิดปกติ เมื่อเป็นเบาหวานแล้ว ถ้าเกิดเป็นแผลก็มักรักษาไม่หาย กลายเป็นแผลเรื้อรัง บางที ก็เป็นแผลกดทับ ประกอบกับเสี่ยงต่อการติดเชื้อราง่ายขึ้น เพราะมีการอับชื้นของซอกแขน และซอกขามากกว่าปกติ
  • 20. 4.5 โรคข้อกระดูกเสื่อม โดยเฉพาะข้อเข่าและข้อเท้า เนื่องจากต้องรับน้าหนัก ตัวมากเกินพิกัด บางคนที่อ้วนมากๆ อาจจะยืนหรือเดินไม่ได้เลย เพราะข้อเท้าไม่ สามารถรับน้าหนักได้ คนอ้วนมากๆ จะเดินก็ลาบาก โยกเยกซ้ายขวา เดินไป เหนื่อยหอบไป
  • 21. 4.6 โรคระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากในคนอ้วนมักมีการเคลื่อนไหวน้อย ชอบนั่งหรือนอน ปอดจึงขยายตัวไม่เต็มที่ ทาให้เกิดการติดเชื้อของทางเดินหายใจ ได้มากขึ้น บางครั้งถึงกับมีภาวการณ์หายใจลดลง หายใจติดขัด ทาให้มีก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์คั่งในปอด คนอ้วนมากเหนื่อยง่าย ง่วงนอนตลอดเวลา อาจ พบภาวะของโรคอารมณ์เศร้าหมองร่วมไปด้วยก็กิน ซึ่งอาจจะช่วยให้อารมณ์ช่วงนั้น ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการทาร้ายตัวเองมากยิ่งขึ้น
  • 23. 4.8 โรคนิ่วในถุงน้าดี และไขมันแทรกในตับ เมื่อมีไขมันมาก การทางานของตับก็ลดลง เพราะไขมันเข้าไปแทรกอยู่ จนทาให้เกิดนิ่วในถุง น้าดี
  • 24. จากการเสี่ยงต่อสุขภาพของโรคอ้วนที่กล่าวถึงข้างต้นอันมีมากมายหลายประการ จึงมีการศึกษาถึงอันตรายของโรคอ้วนถึงขนาดว่าคนอ้วนมีอัตราการเสียชีวิต แตกต่างจากคนรูปร่างปกติหรือไม่ ซึ่งจากการศึกษาก็พบว่าอัตราการเสียชีวิตของ คนที่อ้วนมากมีสูงขึ้นถึง 2-12 เท่า ขึ้นกับอายุของแต่ละบุคคลแต่ถ้ากลุ่มประชากรที่ อ้วนหรือน้าหนักเกินสามารถลด น้าหนักได้เพียง 5-10 % ของน้าหนักตัวเริ่มต้นก็จะ สามารถลดอัตราการพิการ และอัตราการตาย (morbidity and mortality rate) ได้ระดับหนึ่งทุกสิ่งทุกอย่างย่อมต้องมีความพอดี การมากหรือน้อยเกินไป อาจเกิดผลเสียได้มากกว่าผลดี "น้าหนัก“ ก็เช่นกัน ถ้ามากเกินไป "อ้วน" ก็เสี่ยงต่อ การเกิดโรคต่าง ๆ มากมาย แต่ถ้าสามารถลดความมากเกินไปลงมาให้ใกล้พอดีได้ก็ จะเกิดการลดอัตราการเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ แล้วคนที่มี "น้าหนักเกิน" หรือ "อ้วน“ สามารถรู้สาเหตุว่าเพราะอะไรจึงเกิดความมากเกินไปนี้ได้ โดยทั่วไปสาเหตุของ "อ้วน" มีหลายสาเหตุบางคนอาจเกิดจากสาเหตุเดียวหรือหลายสาเหตุประกอบกันก็ ได้
  • 25. 5. วิธีการป้องกัน และรักษาการเกิดโรคความอ้วนเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเป็น โรคอ้วนเราควรปฏิบัติดังนี้ 5.1 กินผัก ผลไม้เยอะๆ เพราะนอกจากจะช่วยควบคุมน้าหนักแล้ว ผักผลไม้ ยังอุดมไปด้วยวิตามินที่มีประโยชน์ต่อความสวยของคุณ และช่วยลดระดับ ไขมันโคเรสเตอรอลอย่างได้ ผลอีกด้วย
  • 26. 5.2 ถั่วและธัญพืช พันธมิตรของร่างกาย เช่น ข้าวกล้อง, งา, ถั่วต่างๆ , ลูกเดือย ซึ่งจะมีเส้นใยอาหารให้คุณอิ่มเร็วขึ้นแถมยังช่วยปรับระดับน้าตาลใน เลือด และรักษาระดับโคเลสเตอรอลอีกด้วย
  • 27. 5.3 กินปลาสิ อันนี้ดีชัวร์ หรือ เนื้อสัตว์ไม่ติดมันเป็นประจาโดยเฉพาะ เนื้อปลาซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็น โปรตีนชั้นดี, และมีกรดไขมัน โอ เมก้า 3 ที่ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ เช่น ปลาทูน่ากระป๋อง หรือ ปลาแซลมอน ปริมาณไขมันที่คุณ ควรรับประทานต่อวัน ไม่ควรเกิน 5- 8 ช้อนชานะคะ และหากจะรับประทานสลัดก็ไม่ควรใส่น้าสลัด มากกว่า 5 ช้อนชา
  • 28. 5.4 ลดของหวานๆ ให้หวานน้อยหน่อย เช่น น้าอัดลม, น้าหวาน , ขนมหวาน หรือแม้แต่ผลไม้ที่มีรสหวานมากๆด้วย เพราะของหวานให้แต่ พลังงาน ซึ่งหากรับประทานมากก็จะเกินความต้องการไปพอกพูนตามร่างกาย ของคุณให้อวบอ้วน
  • 29. 5.5 เค็มจัดไป สงสารคุณไตนะ โดยคุณควรรับประทานเกลือให้น้อย กว่า 6 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 1 ช้อนชาต่อวัน
  • 30. 5.6 งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ โดยไม่ควรดื่มมากกว่า 1 แก้ว ต่อวัน เพราะนอกจากจะก่อโทษต่างๆแล้วยังมีแคลอรี่สูงอีกด้วย หากคุณ รับประทานอาหารตามแนวทางนี้ จะทาให้คุณรักษารูปร่างให้สมส่วนได้อย่าง ยาวนาน ไร้ไขมันพอกพูนและสุขภาพดีไม่ผอม เหี่ยว ซีดเซียว ไร้เรี่ยวแรง จนดูโทรมมากกว่าสวยเสียมากกว่า
  • 31. บทที่3 วิธีการดาเนินโครงงาน 3.1 โปรแกรมที่ใช้ในการทาโครงงานบทที่3 3.1.1 โปรแกรม Power Point 3.1.2 โปรแกรม Microsoft Word 2007 3.1.3 เว็บไซต์ที่ให้บริการคือ http://www.blogger.com/ 3.1.4 เว็บไซต์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร คือ www.facebook.com , www.gmail.com , www.google.com
  • 33. บทที่ 4 ผลการดาเนินงาน 4.1) ผลการดาเนินงาน คณะผู้จัดทาสามารถดาเนินการได้สาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีโดยการวางแผน วิธีดาเนินการอย่างเป็นขั้นตอน และมีการนาเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ตมาใช้ในการทาโครงงาน เช่น 1.การรวบรวมข้อมูล “โรคความอ้วน” จากทางอินเตอร์เน็ต 2.การศึกษาวิธีการสร้างเว็บบล็อกเพื่อใช้เป็นสื่อในการเผยแพร่ความรู้ เรื่อง “โรคความอ้วน” จากทางอินเตอร์เน็ต
  • 34. บทที่ 5 สรุป อภิปรายและข้อเสนอแนะ การจาทาโครงงานโรคความอ้วน นี้สามารถสรุปผลการดาเนินโครงงาน และข้อเสนอแนะ ดังนี้ วัตถุประสงค์ของโครงงาน 1. เพื่อศึกษาและพัฒนาเว็บบล็อก เรื่อง โรคความอ้วน 2. เพื่อเป็นสื่อทางการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 3. เพื่อเป็นประโยชน์กับบุคคลที่สนใจทั่วไป วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ โปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนา 1. โปรแกรม Power Point 2. โปรแกรม Microsoft Word 2007 3. เว็บไซต์ที่ให้บริการคือ http://www.blogger.com/ 4. เว็บไซต์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารคือ www.facebook.com , www.gmail.com , www.google.com
  • 35. สรุปผลการดาเนินงานโครงงาน จากการดาเนินงานโครงงานการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง โรคความอ้วน ในครั้งนี้สรุปผลการดาเนินงานได้ดังนี้ ทาให้ได้เว็บบล็อกเรื่อง โรคความอ้วน เป็นสื่อทางการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งทาให้เกิดประโยชน์กับบุคคลที่สนใจทั่วไป ส่งเสริมให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคความอ้วน ข้อเสนอแนะ ควรมีการจัดทาเนื้อหาของโครงงานให้หลากหลายให้ครบทุกกลุ่มสาระ การเรียนรู้
  • 36. ปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการพัฒนา 1. เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เพียงพอกับการทาโครงงาน และบางครั้ง อินเทอร์เน็ตมีปัญหา 2. สมาชิกในกลุ่มบางคนให้ความร่วมมือน้อยเพราะไม่ค่อยใส่ใจกับ โครงงานนักจึงทาให้เสียเวลาและทาให้โครงงานเสร็จช้า
  • 39. บรรณนานุกรม http://www.gpo.or.th/rdi/html/obes.html http://health.kapook.com/view7520.html http://webboard.yenta4.com/topic/172252 http://th.wikipedia.org http://www.pe-ck.com/4/Obesity.pdf